logo

THAILAND

logo
คู่มือสำหรับเจ้าของสุนัข

สุนัขคันผิวหนัง สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่เจ้าของควรรู้

อาการสุนัขคันผิวหนังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดและมักถูกมองข้าม เพราะเจ้าของหลายท่านมักมองว่าเป็นอาการปกติ และไม่มีความอันตราย แท้จริงแล้วการที่น้องหมาคันคือสัญญาณของความหายนะทางด้านสุขภาพของสุนัขที่คุณอาจคาดไม่ถึง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทั้งเรื่องสาเหตุที่ทำให้สุนัขคันผิวหนัง อาการที่ต้องสังเกต การป้องกัน และวิธีรักษาอย่างถูกต้องเพื่อสุขอนามัยที่ดีของสุนัขที่คุณรัก

สาเหตุที่ทำให้สุนัขคันผิวหนัง

การที่สุนัขคันตลอดเวลาหรือการที่สุนัขเกาตัวบ่อยจนผิดปกติ ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้กับตัวของสุนัขเอง แต่ยัง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุนัขผิวหนังอักเสบแดง การตรวจหาสาเหตุว่าทำไมสุนัขถึงคันผิวหนังจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อกำจัดตัวการ แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และระงับอาการก่อนลุกลามจนทำให้สุนัขเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง โดยปกติแล้วอาการคันตามตัวมักเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังนี้

เห็บ หมัด และไร

เห็บ หมัด และไร

ปรสิตภายนอกที่เป็นตัวการสำคัญที่มักเป็นต้นเหตุทำให้สุนัขคันตลอดเวลา โดยเฉพาะน้ำลาย ของหมัดที่มีสารก่อภูมิแพ้รุนแรง รวมถึงไรในหู และไรขี้เรื้อนที่คอยขุดเจาะชอนไชชั้นผิวหนัง การป้องกันปรสิตอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญและเป็นวิธีรักษาอาการคันของสุนัขในขั้น พื้นฐานที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขคันเสี่ยงติดโรคที่มีสาเหตุมาจากปรสิตภายนอก เช่น โรคพยาธิเม็ดเลือดที่มีเห็บเป็นพาหะ เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ผิวหนังและการแพ้อาหาร

โรคภูมิแพ้ผิวหนังและการแพ้อาหาร

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ส่งผลให้สุนัขมีอาการคันจากการแพ้สารกระตุ้นที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สปอร์เชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้ หรือฝุ่นละอองในบ้าน และภาวะแพ้อาหารมักเกิดจาก สุนัขแพ้ส่วนผสมของโปรตีนในอาหาร สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายอักเสบ และแพ้ เกิดการเกาจนเกราะป้องกันผิวหนังเสียสมดุลคันกระจายทั่วทั้งตัว เช่น หน้าท้อง ง่ามนิ้ว และรอบใบหู ทำให้สุนัขคันตามตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ หลักสำคัญในการรักษาโรคภูมิแพ้ ผิวหนังคือการควบคุมอาการคัน โดยในปัจจุบันมียาแก้คันผิวหนังสุนัขกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า JAK inhibitor เช่น oclacitinib ที่สามารถช่วยควบคุมอาการคันได้ที่ต้นเหตุ และลดความระคายเคืองได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องพึ่งสเตียรอยด์ สามารถใช้ได้ในระยะยาว และมีความปลอดภัยกว่าการใช้สเตียรอยด์เป็นอย่างมาก

เชื้อรา แบคทีเรีย และการติดเชื้อ

เชื้อรา แบคทีเรีย และการติดเชื้อ

การติดเชื้อรา ยีสต์ หรือแบคทีเรียมักเป็นได้ทั้งสาเหตุหลักและสาเหตุแทรกซ้อน โดยเฉพาะใน สภาพอากาศร้อนชื้น เมื่อสุนัขเกาผิวหนังจนเกิดรอยถลอก เชื้อโรคจะเข้าสู่ชั้นผิวหนังทำให้ ผิวหนังอักเสบมากขึ้นเป็นแผลเยิ้ม นอกจากนี้ หากพบสุนัขที่มีการติดเชื้อรา เจ้าของควรต้อง ระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเชื้อราบางชนิดสามารถติดคนได้ส่งผลให้เจ้าของมีโอกาสที่จะติด เชื้อราจากสุนัข ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการจัดการภาวะดังกล่าวขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ สัตวแพทย์มักทำการรักษาโดยการใช้ยารักษาโรคผิวหนังสุนัข กลุ่มต้านเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบความเหมาะสมต่อเชื้อโรคก่อนการให้ยาทุกครั้ง

อาการคันในสุนัขและการสังเกตอาการที่เจ้าของต้องรู้

อาการคันและเกาจนเป็นแผลเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สังเกตและแก้ไขอย่างทันท่วงที อาการคันรุนแรงจะทำให้ผิวหนังเสียหายจากการที่สุนัขเกาไม่หยุด การเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและรอยโรคอย่างใกล้ชิด จึงเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยระงับอาการก่อนที่จะลุกลาม สัญญาณเตือนเมื่อสุนัขมีอาการคันรุนแรง ได้แก่

1

สุนัขมีอาการคันจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยอาจเริ่มแสดงอาการเกาตัวเองบ่อยครั้งจนผิวหนังเริ่มเสียหายและเกาจนกลายเป็นแผล

2

ผิวหนังสุนัขเป็นผื่นแดง มีตุ่มนูนเกิดขึ้นตามตัว มีภาวะผิวหนังอักเสบ

3

สุนัขขนร่วง คัน เป็นแผล หรือสังเกตเห็นขนร่วงหลุดออกมาเป็นหย่อมๆ

4

ลักษณะของแผลเริ่มรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีสิ่งคัดหลั่งไหลออกมาจากแผล หรือแผลเริ่มมีตุ่มหนอง กระจายตัว

danger sign

หากเจ้าของสังเกตเห็นว่าสุนัขมีอาการคันต่อเนื่องมากกว่า 1 วัน ผิวหนังอักเสบ มีแผลลุกลาม หรือมีตุ่มหนองเกิดขึ้น นี่คือสัญญาณเตือนอันตรายว่าแผลเริ่มติดเชื้อรุนแรง เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

วิธีการรักษาที่เจ้าของควรรู้

วิธีรักษาอาการคันของสุนัขขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการ สัตวแพทย์จตรวจหาสาเหตุเพื่อ เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับแรก คือการระงับอาการคันในสุนัข เนื่องจากอาการคันเป็นที่มาของการเกา ซึ่งทำให้เกิดบาดแผลที่ผิวหนัง เกราะป้องกันผิวหนังอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย และทำให้อาการของสุนัขรุนแรงมากยิ่งขึน

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการคันที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ในสุนัขรูปแบบกิน มีดังนี้

1

ยากลุ่มสเตียรอยด์

Prednisolone, Dexamethasone

ยากลุ่มสเตียรอยด์
ออกฤทธิ์เร็ว ราคาไม่แพง ไม่เหมาะระยะยาว ผลข้างเคียงสูง
2

ยากลุ่ม JAK Inhibitor

Oclacitinib

ยากลุ่ม JAK Inhibitor
เห็นผล 4 ชม. ใช้ระยะยาวได้ ไม่ใช่สเตียรอยด์ แนะนำสำหรับภูมิแพ้
3

ยากลุ่ม Cyclosporine

Cyclosporine

ยากลุ่ม Cyclosporine
ใช้ยาวนานได้ ออกฤทธิ์ช้า (1 เดือน+) อาจอาเจียน/ท้องเสีย
ยากลุ่มสเตียรอยด์

ยากลุ่มสเตียรอยด์

เป็นยาที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน Adrenocortical ในร่างกายสุนัข ออกฤทธิ์ลดการอักเสบ กดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ข้อดีของยาในกลุ่มนี้ คือ ออกฤทธิ์ไว ได้ผลเร็ว แต่ข้อควรระวังคือไม่เหมาะสมกับการใช้ควบคุมอาการคันในระยะยาว นอกจากนี้การได้รับยาแม้ใน ระยะเวลาสั้นๆ อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงจากยาได้ง่าย โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมักก่อให้เกิด ความเสียหายกับอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น ตับ ต่อมหมวกไต ผิวหนัง และกล้ามเนื้อ หรือ ส่งผลให้สุนัขมีอาการผิดปกติ เช่น กินน้ำมากและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ อยากอาหาร น้ำหนักเพิ่ม ค่าเอนไซม์ตับในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันทำงานน้อยลง เป็นต้น

ยากลุ่ม JAK Inhibitor

ยากลุ่ม JAK Inhibitor เช่น Oclacitinib

เป็นยาแก้คันสุนัขแบบกินชนิดเม็ดรูปแบบใหม่ที่ออกฤทธิ์ไว สามารถควบคุมอาการคันได้รวดเร็ว เริ่มต้น 1 ชั่วโมง หลังได้รับยา ข้อดีของยาในกลุ่มนี้ คือ ได้ผลในการรักษาดี สามารถใช้รักษาได้ทั้ง อาการคันจากภาวะภูมิแพ้ผิวหนัง แพ้น้ำลายหมัด และอาการคันจากโรคไรขี้เรื้อนแห้ง เป็นยาที่มี ความปลอดภัยสูง สามารถใช้ในการรักษาระยะยาวได้ โดยในปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลาย และเป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มที่แนะนำสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข (guidelines fot treatment of canine atopic dermatitis) ผลข้างเคียงที่อาจพบได้คืออาการอาเจียนและ ท้องเสีย แต่มักพบว่าไม่รุนแรงมากนัก

Oclacitinib — ยาแก้คันชนิดใหม่สำหรับสุนัขภูมิแพ้

ไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้รักษาระยะยาวได้อย่างปลอดภัย และจัดอยู่ในกลุ่มยาที่แนะนำสำหรับ การรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข ทั้งนี้ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์เสมอ

ยากลุ่ม Cyclosporine

ยากลุ่ม Cyclosporine

เป็นยากดภูมิคุ้มกันที่เหมาะกับการรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (autoimmune diseases) ข้อดีของยาในกลุ่มนี้ คือ ได้ผลดีกับการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังและไม่ส่งผลกระทบต่อต่อมหมวกไต แม้ใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ดี ข้อควรระวังของยาในกลุ่มนี้ คือ การออกฤทธิ์เพื่อ ควบคุมอาการคันอาจใช้ระยะเวลานาน โดยมักเห็นผลเมื่อได้รับยา 1 เดือนขึ้นไป และตัวยามีแนวโน้ม ก่อให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย และกดภูมิคุ้มกันได้

ยากลุ่ม JAK Inhibitor

ยากลุ่มเลียนแบบโปรตีนภูมิคุ้มกันในสุนัข
(Monoclonal Antibody)

เป็นกลุ่มยาที่มีโครงสร้างเลียนแบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของสุนัข ออกฤทธิ์จับและยับยั้งสาร สื่อประสาทที่ชื่อว่า IL−31 (Interleukin-31) ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ส่งสัญญาณ "ความคัน" ไปยังสมองของสุนัขเมื่อสัญญาณนี้ถูกยับยั้งลง สุนัขจึงหยุดอาการคันลงได้ ข้อดีของยา ในกลุ่มนี้คือ ออกฤทธิ์เร็วและยาวนาน หลังฉีดสามารถลดอาการคันได้ภายใน 24 ชั่วโมง และออกฤทธิ์ควบคุมความคันได้ยาวนานถึง 1 เดือน มีความปลอดภัยสูงต่อตับและไต เนื่องจาก มีลักษณะคล้ายกับภูมิคุ้มกันในร่างกายของสุนัข ร่างกายสุนัขจึงย่อยสลายยาในกลุ่มนี้ไปตาม ระบบทางเดินน้ำเหลืองเหมือนโปรตีนปกติในร่างกาย ไม่ผ่านกระบวนการขับออกที่ตับหรือไต เหมือนยาทั่วๆ ไปรวมถึงสามารถใช้ร่วมกับยาตัวอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย

การรักษาอาการคันคือหัวใจสำคัญที่สุดคือการระงับอาการคันที่จะช่วยตัดวงจร คัน-เกา-แผลของสุนัขได้ สัตวแพทย์จะเลือกชนิดยา และปริมาณยาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าของควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง และไม่ควรเลือกซื้อยาเองเพื่อป้องกันผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ และเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการรักษา พร้อมทั้งกำจัดสาเหตุที่เป็นตัวการของอาการคันตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อป้องกันการเกิดอาการคันขึ้นอีกในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุนัขคันผิวหนัง

รวมคำถามที่เจ้าของสุนัขสงสัยมากที่สุด พร้อมคำตอบจากแนวทางของสัตวแพทย์

Q : สุนัขมีผื่นและคัน ควรทำอย่างไร?

A : หากสุนัขมีผื่นและอาการคัน ควรสังเกตว่ามีสัญญาณอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ขนร่วง ผิวแดง หรือมีกลิ่นหากอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริง หลีกเลี่ยงการใช้ยาของคนกับสุนัขเพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากยา

Q : อาการคันในสุนัขบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง?

A : อาการคันในสุนัขอาจบ่งบอกถึงปัญหาได้หลายอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง การติดเชื้อรา แบคทีเรีย การมีปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ไร หรือแม้แต่ปัญหาทางโภชนาการ การวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยสัตวแพทย์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทราบปัญหาที่แท้จริงได้

Q : ยาแก้คันผิวหนังสุนัขมีอะไรบ้าง?

A : ยารักษาอาการคันในสุนัขมีหลายประเภท ได้แก่ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากลุ่ม JAK inhibitor เช่น oclacitinib สำหรับอาการคันจากภูมิแพ้ และยากดภูมิคุ้มกันกลุ่ม cyclosporine ทั้งนี้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิดเพื่อป้องกันผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์

Q : สุนัขแพ้อาหารทำให้คันได้ไหม?

A : สุนัขแพ้อาหารสามารถทำให้เกิดอาการคันได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการคันที่พบได้บ่อย ในสุนัขโดยสารอาหารที่ทำให้เกิดอาการคันมักเกิดจากโปรตีน หากสงสัยว่าสุนัขแพ้อาหารต้อง ทำการวินิจฉัยผ่านการทดลองเปลี่ยนอาหารและสังเกตอาการภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์

Q : สุนัขคันผิวหนังนานแค่ไหนถึงจะหาย?

A : ระยะเวลาในการหายขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการภูมิแพ้อาจต้องจัดการระยะยาว การติดเชื้อรา แบคทีเรียมักใช้เวลา 2-6 สัปดาห์ (ภายใต้การรักษาที่ถูกต้อง) ส่วนอาการคันจากปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด หรือไรอาจหายได้เร็วหากกำจัดปรสิตได้หมด ทั้งนี้ การรักษาเร็วและถูกวิธี จะช่วยให้สุนัขหายเร็วขึ้นอย่างมาก

Q : ยาแก้คันสุนัข ซื้อที่ไหนได้บ้าง?

A : ยาแก้คันสุนัขเป็นยาควบคุมที่ต้องได้รับการสั่งจ่ายโดยสัตวแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อจากร้าน ขายยาคนหรือร้านอาหารสัตว์ทั่วไปได้โดยตรง เจ้าของควรพาสุนัขเข้ารับการตรวจที่คลินิกหรือ โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อให้สัตวแพทย์วินิจฉัยสาเหตุของอาการคัน แล้วจึงสั่งจ่ายยาที่เหมาะสม กับสภาพร่างกายและประเภทของอาการ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

การรักษาอาการคันในสุนัข

สิ่งแรกที่ควรทำคือพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์

ยิ่งวินิจฉัยสาเหตุได้เร็ว สุนัขก็จะได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้รักษาหายได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ถ้าปล่อยให้อาการลุกลามหรือเป็นหนักแล้ว อาจจะต้องใช้ระยะเวลารักษานานและรักษาได้ยากขึ้นอีกด้วย

1 ตรวจพบเร็ว รักษาได้เร็ว

อาการคันของสุนัขจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของไม่ควรละเลย เมื่อวงจรของการคันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ เนื่องจากสาเหตุของอาการคันที่ซ่อนอยู่นั้นอาจรุนแรงถึงขั้นมะเร็งผิวหนังที่เป็นอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้

2 สัตวแพทย์เท่านั้นที่จะสามารถตรวจวินิจฉัย
หาสาเหตุของอาการคันได้

ที่สำคัญเลยคือเจ้าของไม่ควรทดลองรักษาหรือซื้อยามาป้อนสุนัขด้วยตนเอง เนื่องจากการรักษาผิดวิธีอาจนำไปสู่อาการที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาและรับฟังคำแนะนำจากสัตวแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อจำกัดของยาที่เลือกใช้

3 เจ้าของสุนัขควรเข้ารับการปรึกษาจากสัตวแพทย์ ถึงข้อดีและข้อควรระวังในการใช้ยา

เมื่อสุนัขได้รับยารักษาอาการคัน มักจะเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว แต่ผลข้างเคียงจากยาดังกล่าวก็มีอยู่มากเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของควรรับทราบถึงอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากได้รับยา เพื่อแยกแยะออกจากอาการผิดปกติของตัวสุนัขเอง

doctor and dog

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการคัน

ที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ในสุนัข

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการคัน
ที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ในสุนัข

(*ยาต้องได้รับการสั่งจ่ายโดยสัตวแพทย์เท่านั้น)

ยากลุ่มสเตียรอยด์

เป็นยาที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน Adrenocortical ในร่างกายสุนัข ดังนี้

การออกฤทธิ์

1 ลดการอักเสบ
2 กดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

สเตียรอยด์ชนิดกิน
รูปแบบเม็ด

pill ข้อดี ได้ผลเร็ว ราคาไม่แพง ข้อควรระวัง ก่อให้เกิดผลข้างเคียง
จากยาได้ง่ายแม้จะได้รับในช่วงเวลาสั้นๆ

ยากลุ่มสเตียรอยด์ชนิดกินที่รู้จักกันส่วนมากคือ prednisolone หรือ methylprednisolone เป็นยาที่ออกฤทธิ์ระงับอาการคันได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมใช้มาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามการได้รับยากลุ่มนี้ติดต่อกันนานๆ มักก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ต่อมหมวกไต ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ฯลฯ หรือมีอาการผิดปกติ เช่น กินน้ำมากและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ อยากอาหาร น้ำหนักเพิ่ม ค่าเอนไซม์ตับในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันทำงานน้อยลง เป็นต้น

สเตียรอยด์ชนิดใช้ภายนอก
รูปแบบทา/สเปรย์พ่น

spray ข้อดี ปลอดภัยกว่าการใช้ยาชนิดกิน ข้อควรระวัง ไม่เหมาะในการใช้รักษาระยะยาว

ยากลุ่มสเตียรอยด์ชนิดใช้ภายนอกเป็นที่นิยมในทางการแพทย์ของคนเพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ผิวหนัง แต่สำหรับในสุนัขที่มีขนยาวปกคลุมมากกว่ามนุษย์ การใช้ยาแต้มที่มีความหนืดมากจึงใช้ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนายากลุ่มสเตียรอยด์ออกมาในรูปแบบของสเปรย์พ่นที่เหมาะสมต่อการใช้งานในสุนัขสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยกว่าการให้ยากิน แต่การใช้ยารูปแบบสเปรย์เป็นระยะเวลานานๆก็อาจทำให้เกิดผลค้างเคียงต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้เช่นกัน คือ ผิวหนังจะบางลงและเกิดรังแคที่เรียกว่า “steroid dermatosis”

danger sign ผลข้างเคียงของการทานยาสเตียรอยด์
ที่มีต่ออวัยวะภายในร่างกาย

ตัวอย่างของผลข้างเคียงของการทานยาสเตียรอยด์

• อาการเฉียบพลัน • อาการเรื้อรัง
anatomy of dog
1

ระบบประสาทส่วนกลาง

  • • ดื่มน้ํามาก ปัสสาวะมาก
  • • ภาวะการเปลี่ยนแปลงอารมณ์
  • 2

    ตับ

  • • ค่าเอนไซม์ในตับสูงขึ้น
  • • ไขมันสะสมในตับ
  • 3

    ต่อมหมวกไต

  • • ยับยั้งการผลิตฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
  • • เหนี่ยวนําให้เกิด Cushing's Syndrome
  • • ยับยั้งการทํางานของต่อมหมวกไต
  • 4

    ไต

    • ปัสสาวะมาก

  • • มีความผิดปกติของหน่วยไต อาจทําให้เกิดการสูญเสียโปรตีนทางปัสสาวะ
  • • การเสียสมดุลของ Electrolyte ต่างๆ
  • 5

    ตับอ่อน

  • • เหนี่ยวนําให้เกิดโรคเบาหวาน
  • • เหนี่ยวนําให้เกิดตับอ่อนอักเสบ
  • • มีภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • 6

    ผิวหนัง ขน

  • • ขนร่วง
  • • ผิวหนังบางลง
  • • ผิวหนังอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อ
  • • การสะสมของแคลเซียมที่ผิวหนัง(Calcinosis Cutis)
  • 7

    กล้ามเนื้อ

    • ความแข็งแรงลดลง

  • • กล้ามเนื้อลีบ, บาง
  • • ท้องห้อยย้อย
  • 8

    ระบบไหลเวียน

    • ภาวะคั่งน้ํา

  • • กล้ามเนื้อหัวใจ
  • และหลอดเลือดอ่อนแอ
  • 9

    ต่อมน้ำเหลือง

  • • เซลล์เม็ดเลือดขาวลดลง
  • • ภูมิคุ้มกันลดลง
  • อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย
    จากการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์

    เจ้าของจะต้องหมั่นสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ด้วย
    เพื่อที่จะได้รีบพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงที

    กินน้ำเยอะ

    dog drink water

    สุนัขจะกินน้ำในปริมาณที่มากขึ้นหรือบ่อยขึ้นในแต่ละวัน

    ปัสสาวะเยอะ

    dog pee

    เป็นผลเนื่องมาจากการที่สุนัขกินน้ำเยอะ จึงทำให้สุนัขมีการปัสสาวะที่ถี่มากขึ้นหรือปริมาณมากขึ้นในแต่ละวัน

    กินอาหารเยอะ

    dog eat food

    สุนัขจะมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นและมักจะตามมาด้วยพฤติกรรม การแอบขโมยของกินหรือขออาหารจากเจ้าของบ่อยๆ น้ำหนักของสุนัขก็มักจะเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

    มีความเครียด
    และความกังวล

    dog stress

    สุนัขบางตัวอาจมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดจากความเครียดหรือวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับยาสเตียรอยด์

    new pill

    แม้ว่ายากลุ่มสเตียรอยด์จะให้ผลดีในการรักษาและราคาไม่แพงแต่ก็ยังคงมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างอันตราย ดังนั้นยาชนิดใหม่ที่มีผลข้างเคียงน้อยจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการรักษาอาการคัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้
    *การเลือกใช้ยาชนิดใดก็ตาม ขึ้นกับดุลพินิจของสัตวแพทย์ อาการและสภาพร่างกายของสัตว์

    head of new pill seed
    new pill
    ข้อดี ได้ผลดี มีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ในการรักษาระยะยาวได้ ข้อควรระวัง ผลข้างเคียงที่อาจพบได้คือ อาเจียน และท้องเสีย

    จัดเป็นยาในกลุ่ม Janus kinase inhibitor สามารถควบคุมอาการคันได้รวดเร็วตั้งแต่ 4 ชั่วโมงหลังได้รับยาสามารถใช้รักษาระยะยาวได้ มีความปลอดภัยสูง ปัจจุบันมีการใช้อย่างแพร่หลายในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและจัดอยู่ในข้อแนะนำสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังในสุนัข (guidelines for treatment of canine atopicdermatitis) ผลข้างเคียงที่อาจพบได้คืออาการอาเจียนและท้องเสียแต่ไม่รุนแรงมากนัก สามารถใช้รักษาได้ทั้งอาการคันจากภาวะภูมิแพ้ผิวหนัง แพ้น้ำลายหมัด อาการคันจากโรคไรขี้เรื้อนแห้ง ฯลฯ

    circle text circle text circle text
    head of new pill inject
    new pill

    เป็นยาชีววัตถุในกลุ่มโปรตีนพวก monoclonal antibodies(mAbs) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อต้านสารที่หลั่งในร่างกาย (cytokine) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการคันในสุนัขที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

    circle text circle text
    circle text circle text

    ยากลุ่มอื่นๆ

    กลุ่ม cyclosporine
    รูปแบบยาเม็ดแคปซูล

    new pill ข้อดี ได้ผลดีกับโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ข้อควรระวัง ใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์ และมีแนวโน้มก่อให้เกิดอาการอาเจียน และกดภูมิคุ้มกัน

    จัดเป็นยากดภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งจึงเหมาะกับการรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (autoimmune diseases) ใช้ได้ผลดีกับโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) และไม่ส่งผลกระทบต่อต่อมหมวกไตแม้ใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็ตาม แต่อาจต้องใช้ระยะเวลากว่า 1 เดือน จึงจะเห็นผลลดอาการคันรวมทั้งอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องเสียได้

    กลุ่ม interferon gamma
    สำหรับสุนัขรูปแบบยาฉีด

    new pill ข้อดี ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย ข้อควรระวัง ใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์

    ได้ผลดีกับโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยมีความปลอดภัยสูง แต่ใช้เวลานานกว่าจะออกฤทธิ์เนื่องจากเป็นยาฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง

    แชมพูยา สำหรับสุนัข

    new pill ข้อดี ช่วยทำความสะอาดและบำรุงผิวหนัง ข้อควรระวัง ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลในการลดอาการคัน

    แนะนำในสุนัขที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) เนื่องจากการทำความสะอาดผิวหนังจะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์ในการเลือกชนิดแชมพูให้เหมาะสมกับสุนัข เช่น สุนัขผิวแห้งควรใช้แชมพูที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว สุนัขที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำควรเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ เป็นต้น